adidas Superstar ตำนานรองเท้าผ้าใบที่ครองใจสาวกมากว่า 50 ปี

adidas Superstar ตำนานรองเท้าผ้าใบที่ครองใจสาวกมากว่า 50 ปี

หากพูดถึงรองเท้าผ้าใบที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรองเท้ากีฬาบาสเกตบอล บอกได้เลยว่าหนึ่งในนั้นจะต้องมีชื่อของ adidas Superstar ขึ้นมาอยู่เป็นอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน เพราะเรียกได้ว่าเป็นรองเท้ากีฬาที่สร้างความโดดเด่นในสนามบาสเกตบอลและสร้างความสำเร็จในโลกของแฟชั่นได้อย่างล้นหลามจนสามารถครองใจสาวก Adidas มาถึงกว่า 50 ปีเลยทีเดียว วันนี้เราจะพาทุกท่านย้อนรอยไปดูประวัติความเป็นมาของรองเท้ารุ่นยอดนิยมมากที่สุดอีกรุ่นหนึ่งของ adidas อย่าง adidas Superstar ตั้งแต่เริ่มต้นจนกลายมาเป็นรองเท้าผ้าใบรุ่นในตำนานที่ได้รับความนิยมมาจนถึงทุกวันนี้

เครดิตภาพ pinterest

เส้นทางของตำนานรองเท้าผ้าใบ adidas Superstar ที่ครองใจสาวกมาถึงกว่า 50 ปี

            จุดเริ่มต้นของรองเท้าผ้าใบ adidas Superstar เกิดขึ้นในช่วงต้นทศวรรษของปี 1960 ซึ่งเป็นช่วงที่ Adidas แบรนด์รองเท้าชั้นนำของยุโรปจากเยอรมนีได้เริ่มดำเนินกิจการขยายแบรนด์ของตนเองในตลาดสหรัฐอเมริกาซึ่งได้มีการบริหารงานโดย Clifford และ Chris Severn ในช่วงแรกนั้น Adidas ก็เรียกได้ว่าเป็นผู้นำในด้านรองเท้าฟุตบอลและรองเท้ากรีฑา แต่เมื่อต้องมีการขยายตลาดเข้ามาในสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นประเทศที่กีฬาบาสเกตบอลได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และในช่วงนั้น Converse All Star ก็กำลังครองตลาดรองเท้าบาสเกตบอลในสหรัฐอเมริกาด้วยรองเท้าผ้าใบที่ทำจากพื้นยางและมีข้อเท้าสูง

            ซึ่งจากประสบการณ์ที่เคยได้เป็นนักกีฬาบาสเกตบอลเมื่อตอนเรียนมัธยมปลายและได้สวมใส่รองเท้า Converse all star เล่นบาสเกตบอล Chris Severn ก็รู้สึกว่าถึงแม้จะเป็นรองเท้าที่สวมใส่ได้สบายแต่เมื่อมีการเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงรวมไปถึงกระโดดกลับมีจุดอ่อนในเรื่องของการเสียดสีและการรองรับน้ำหนัก จึงทำให้เขารู้สึกว่าน่าจะต้องมีรองเท้าที่ดีกว่านี้เพื่อรองรับการเล่นบาสเกตบอล ดังนั้น Chris Severn จึงได้มีแนวคิดในการสร้างรองเท้าบาสเกตบอลและได้พูดถึงเรื่องนี้กับ Horst Dassler และเมื่อทั้งสองคนได้มีส่วนร่วมกับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปี 1960 ที่กรุงโรมและได้เห็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของทีมบาสเกตบอลสหรัฐอเมริกาจึงทำให้แนวคิดในการผลิตรองเท้าสำหรับเล่นบาสเกตบอลเริ่มต้นขึ้น

            การพัฒนารองเท้าสำหรับเล่นบาสเกตบอลของ adidas นั้นก็ดำเนินการมาหลายปีโดยได้มีการวิเคราะห์จุดอ่อนที่เกิดขึ้นในการใส่รองเท้าบาสเกตบอลยอดนิยมในตอนนั้นอย่าง Converse All Star มาพัฒนา ซึ่งในทุกครั้งที่ได้มีการพัฒนาต้นแบบของ adidas Superstar ก็จะมีการนำไปทดสอบกับผู้เล่นในสหรัฐอเมริกาเพื่อนำจุดด้อยและปัญหาต่างๆ มาพัฒนาต่อ และในปี 1965 หลังจากที่ผ่านการลองผิดลองถูกมาหลายครั้ง  ในที่สุดรองเท้าบาสเกตบอลรุ่นแรกของ adidas Superstar ก็ผลิตออกมาได้สำเร็จโดยถูกตั้งชื่อว่า Supergrip เรียกได้ว่าเป็นรุ่น Original ของ adidas Superstar กันเลยทีเดียว

เครดิตภาพ pinterest

จากนั้น Chris Severn ก็ได้พยายามโน้มน้าวให้นักกีฬาในทีมบาสเกตบอล NBA ของสหรัฐอเมริกาเพื่อให้ลองสวมใส่รองเท้า Supergrip รุ่นออริจินัลในการแข่งขัน ซึ่งในตอนนั้นก็ได้รับการตอบรับจากทีม NBA หน้าใหม่อย่าง San Diego Rockets ในการสวมรองเท้าของ adidas สำหรับการแข่งขัน และผลที่ได้ก็คือทีม San Diego Rockets สามารถคว้าแชมป์ลีกได้ในฤดูกาลแรกของพวกเขาได้สำเร็จ ซึ่งนั่นก็ทำให้รองเท้าบาสเกตบอลของ adidas เป็นที่รู้จักในวงการบาสเกตบอล NBA กันมากขึ้น และในปี 1970 ก็ได้มีการเปิดตัวรองเท้า adidas Superstar รุ่นที่ได้มีการเพิ่มหัวรองเท้าแบบเปลือกหอยอันกลายเป็นเอกลักษณ์ของรองเท้ารุ่นนี้ และได้รับความนิยมจากนักกีฬาบาสเกตบอล NBA ถึงกว่า 75%

เครดิตภาพ pinterest

แต่สิ่งที่ทำให้ adidas Superstar ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามในวงการแฟชั่นนั้นก็เกิดขึ้นเมื่อในปี 1983 กลุ่มศิลปินฮิปฮอปของอเมริกันอย่าง Run-DMC ได้มีการนำเอา adidas Superstar มาใช้ในการแต่งกายในแนวสตรีทโดยได้มีการนำเอาเชือกผูกรองเท้าออกและดันลิ้นรองเท้าให้โผล่ออกมาด้านนอก และได้ตระเวนทัวร์คอนเสิร์ตไปทั่วสหรัฐอเมริกาจนทำให้ยอดขายรองเท้าของ adidas Superstar และจากความนิยมนี้ก็เลยทำให้ Jerrald Deas ศิลปินที่ต่อต้านการแต่งกายด้วยรองเท้าผ้าใบแต่งเพลงที่ชื่อว่า “Felon Sneaker ”  ออกมาเสียดสี Run-DMC ซึ่งพวกเขาก็ต้องกลับด้วยกันแต่งเพลงที่ชื่อว่า “My Adidas” และยังได้มีการเชิญผู้บริหารของ adidas ให้มาชมคอนเสิร์ตด้วย ซึ่งในที่สุดทาง Run-DMC ก็ได้เซ็นสัญญาในการเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับรองเท้า Adidas รวมไปถึงเสื้อผ้าของ adidas อีกด้วย

เครดิตภาพ pinterest

และนั่นก็ทำให้รองเท้า adidas Superstar ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นวัยรุ่นที่ได้รับความนิยมนับแต่นั้นเป็นต้นมาด้วยดีไซน์หัวรองเท้าแบบเปลือกหอยและเส้นแถบ 3 เส้นที่ด้านข้างของรองเท้า ในขณะที่ Run-DMC ก็ได้ถูกจดจำในฐานะไอคอนของ adidas Superstar  นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา โดยในปี 2005  ก็ได้มีการตอกย้ำความนิยมของรองเท้ารุ่นนี้ด้วยการผลิตรุ่นพิเศษเพื่อฉลองครบรอบ 35 ปีด้วยการร่วมมือกับหล่อคนดังที่เป็นไอคอนจากวงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ดนตรี แฟชั่น และศิลปะ ด้วยการสร้างคอลเลคชั่นของรองเท้า Adidas 35th Anniversary โดยมีทั้งหมด 35 แบบจาก 5 ซีรีส์ที่แตกต่างกัน และในปี 2020 ก็ได้มีการฉลองครบรอบ 50 ปี adidas Superstar’s 50th Anniversary และมีการผลิตรุ่นพิเศษออกมาด้วยเช่นเดียวกัน

เครดิตภาพ pinterest

            โดยปัจจุบัน adidas Superstar ก็เป็นที่รู้จักอย่างเป็นทางการในชื่อ “Superstar II” แต่ไม่ว่าจะมีการพัฒนาและออกแบบใหม่มามากมายแค่ไหน adidas Superstar ก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของตัวมันเองเอาไว้ได้อยู่เสมอ ซึ่ง Chris Severn ก็ได้ให้เหตุผลเอาไว้ว่า “It’s a classic look. They just look cool.” จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไม adidas Superstar กลายเป็นรองเท้าที่ได้รับความนิยมและเป็นเอกลักษณ์มาจนถึงทุกวันนี้  

Tags: No tags

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *