เปิดตำนาน Hermès กว่าจะมาเป็นแบรนด์ยอดนิยม พร้อมรุ่นดังที่ใครก็อยากได้

เปิดตำนาน Hermès กว่าจะมาเป็นแบรนด์ยอดนิยม

หากให้พูดถึงสินค้าแบรนด์เนมระดับโลกที่เป็นเครื่องหนังระดับพรีเมี่ยม มีราคาแพง สะท้อนภาพลักษณ์เรียบหรูหราสง่างามอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เชื่อได้เลยว่าหลายคนจะต้องมีชื่อของ Hermès ขึ้นมาในใจอย่างแน่นอน และเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในแบรนด์เนมที่หลายคนใฝ่ฝันอยากจะมีเอาไว้ครอบครองกันสักชิ้น ซึ่งวันนี้เราก็จะพามาย้อนรอยกันดูว่า กว่าที่ Hermès จะกลายมาเป็นแบรนด์เนมยอดนิยมที่บรรดาไฮโซ เซเล็บ และดาราชื่อดังต่างก็มีกันนั้น มีจุดเริ่มต้นมาจากไหนและมีที่มาที่ไปเป็นอย่างไรกันบ้าง

เครดิตภาพ pinterest

จุดเริ่มต้นของ Hermès

            ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 10 มกราคมปี 1801 ในเมืองเครเฟลด์ประเทศเยอรมนี เมืองที่ได้รับสมญานามว่า “Velvet and Silk City” ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นดินแดนของฝรั่งเศสจักรวรรดินโปเลียน มีเด็กน้อยคนหนึ่งนามว่า Thierry Hermès ได้ถือกำเนิดขึ้นในครอบครัวที่มีพ่อเป็นชาวฝรั่งเศสและแม่ชาวเยอรมัน   โดย Thierry Hermès ก็ได้เติบโตมาท่ามกลางอิทธิพลของการผลิตสิ่งทอตามสมญานามของเมืองซึ่งนั่นก็กลายเป็นการปูพื้นฐานในด้านของงานศิลปะและสิ่งทอให้กับเขาตั้งแต่เด็ก

เครดิตภาพ pinterest

จากนั้นในปี1828 ครอบครัวของ Thierry Hermès ได้ย้ายถิ่นฐานมายังตอนเหนือของกรุงปารีสประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นปีที่แบรนด์ Hermès ได้ถือกำเนิดขึ้น โดยในช่วงนั้นก็จะมีการเดินทางด้วยรถม้ากันเป็นหลักจึงทำให้ Thierry Hermès ในวัย 27 ปี ได้นำเอาสิ่งที่เรียนรู้ในวัยเด็กมาสร้างอุปกรณ์สำหรับม้าที่มีคุณภาพสูงเพื่อใช้งานกับรถม้าในขณะนั้น ซึ่งจุดเด่นของสินค้าในแบรนด์ Hermès ก็คือความประณีต ความละเมียดละไมพิถีพิถันในการผลิตและการใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูง โดยสินค้าของ Hermès ก็ประสบความสำเร็จและได้รับรางวัล “Expositions Universelles” ณ กรุงปารีส  ถึง 2 ครั้ง ในปี 1855 และ 1867 

            ต่อมาในปี 1880 ลูกชายของ Thierry Hermès นามว่า Charles-Emile Hermès ได้เข้ามารับช่วงต่อในการดำเนินกิจการและได้ย้ายร้านไปที่ ถนน 24 rue du Faubourg Saint-Honoré ซึ่งก็ยังคงเป็นที่ตั้งของร้านอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ โดยถนนเส้นนี้เรียกได้ว่าเป็นที่อยู่อาศัยของขุนนางชั้นสูง และยังได้ขยายธุรกิจไปยังกลุ่มลูกค้าชนชั้นสูงของยุโรป แอฟริกาเหนือ รัสเซีย เอเชีย และอเมริกา

ยุคของ Hermès Freres

            เข้าสู่ยุคของทายาทรุ่นที่ 3 ก็คือ Adolphe และ Émile-Maurice ที่เข้ามารับช่วงต่อในปี 1902 และได้ทำการเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Hermès Frères ซึ่งนอกจากจะประสบความสำเร็จในเรื่องของอานม้าแล้ว Hermès ก็ได้เริ่มมีการผลิตสินค้าชนิดใหม่จากเครื่องหนังที่มีการนำเอาซิปและผ้าเข้ามาใช้งานร่วมด้วย โดยได้มีการผลิตถุงกอล์ฟที่มีซิปให้กับเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดแห่งเวลส์ และได้กลายเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อของ Hermès fastener

            ในช่วงปี 1920 Hermès ก็ได้เหลือผู้บริหารเพียงคนเดียวก็คือ Émile-Maurice ซึ่งในช่วงนี้ก็ได้มีการเพิ่มสินค้าประเภทเครื่องประดับและเสื้อผ้ารวมไปถึงได้นำเอาลูกเขยทั้ง 3 ก็คือ Robert Dumas, Jean-René Guerrand และ Francis Puech มาเป็นหุ้นส่วน และกระเป๋าใบแรกของ Hermès ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมาในปี 1922 เนื่องมาจากภรรยาของ Émile-Maurice บ่นว่าหากระเป๋าที่ถูกใจใช้งานไม่ได้สักที จึงทำให้ Émile-Maurice ตัดสินใจทำ Collection กระเป๋าขึ้นมาเองเสียเลย

            ต่อมาในปี 1924 ก็ได้มีการก่อตั้งบริษัทขึ้นในสหรัฐอเมริกาและเปิดร้านค้าอีก 2 แห่งนอกกรุงปารีส จากนั้น Hermès ก็ได้มีการเปิดตัวสินค้าออกมาอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้ากูตูร์ กระเป๋า ผ้าพันคอ สร้อยข้อมือ เครื่องแต่งกาย เนคไท และได้มีการผลิตน้ำหอมตัวแรกของ Hermès ก็คือ “Eau d’Hermès” ในปี 1949 จากนั้นก็ได้มีการริเริ่มผลิตนาฬิกาโดยมีปรัชญาของแบรนด์ที่อยู่ภายใต้การบริหารงานของ Émile-Maurice ว่า “leather, sport, and a tradition of refined elegance.”

เครดิตภาพ pinterest

ยุคของ Post-Émile-Maurice Hermès

            หลังจากการเสียชีวิตของ Émile-Maurice ผู้ที่เข้ามาดำเนินกิจการต่อก็คือ Robert Dumas-Hermès ซึ่งเรียกว่าเป็นครั้งแรกของผู้สืบทอดตำแหน่งที่ไม่ได้มาจากสายตรง โดยเขาก็ได้ร่วมมือกับพี่เขยอย่าง Jean-René Guerrand โดยบริษัทก็ได้มีการใช้โลโก้ Duc-carriage-with-horse และกล่องกระดาษสีส้มอันเป็นเอกลักษณ์ในต้นปี 1950 ซึ่งนอกจากจะจำหน่ายสินค้าในไลน์ผลิตเดิมแล้วก็ยังได้มีการออกแบบผ้าพันคอไหมเพิ่มเติม นอกจากนี้ก็ยังได้ดำเนินการธุรกิจเกี่ยวกับน้ำหอมโดยในปี 1961 ได้มีการเปิดตัวกลิ่น “Calèche” ซึ่งตั้งชื่อตามรถม้าสี่ล้อมีหมวกคลุมตามโลโก้ของแบรนด์

เครดิตภาพ pinterest

ถึงแม้ว่า Hermès จะดูเหมือนประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในช่วงนี้และมีการขยายร้านสาขาออกไปทั่วโลก แต่เมื่อเทียบกับคู่แข่งแล้วยอดขายของ Hermès นั้นน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัดเนื่องจากทางบริษัทยังคงยืนกรานที่จะใช้วัสดุธรรมชาติสำหรับผลิตภัณฑ์ของตนเอง ไม่ได้ใช้วัสดุเทียมที่ทำขึ้นมา ซึ่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำหอมก็กลายเป็นตัวช่วยทำให้บริษัทยังคงผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้เป็นอย่างดี

            และหลังจากที่ Jean-Louis Dumas ได้เข้ามารับช่วงต่อในปี 1978 ก็ได้หันมามุ่งเน้นชื่อผลิตภัณฑ์ผ้าไหมรวมไปถึงเครื่องหนังและเสื้อผ้าสำเร็จรูป ซึ่งต้องบอกว่า Jean-Louis Dumas มีบทบาทสำคัญในการทำให้ Hermès กลับมารุ่งเรืองได้อีกครั้งด้วยการเปิดตลาดเข้าสู่ผู้บริโภคกลุ่มใหม่โดยได้มีการนำดีไซเนอร์ Eric Bergère และ Bernard Sanz มาปรับปรุงคอลเลกชั่นเครื่องแต่งกายในขณะที่ยังคงรักษาฐานลูกค้าเก่าเอาไว้ และสามารถทำยอดขายได้เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ยุคปี 2000 จนถึงปัจจุบัน

            หลังจากที่ Jean-Louis Dumas เกษียณอายุในเดือนมกราคม 2006 และได้เสียชีวิตลงในปี 2010  ก็ได้ Patrick Thomas ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งในฐานะ CEO ร่วมกับ Jean-Louis Dumas ตั้งแต่ปี 2005 มา เข้ารับตำแหน่งต่อ เรียกได้ว่าเป็นผู้บริหารของ Hermès คนแรกที่ไม่ใช่สมาชิกครอบครัวในตระกูล Hermès ซึ่งยอดขายของ Hermès ก็ยังคงประสบความสำเร็จและมีผลประกอบการที่เพิ่มขึ้น โดยในเดือนมีนาคมปี 2018 ก็ได้มีการเปิดร้านค้าที่ใหญ่ที่สุดใน Dubai Mall และได้มีการมาเปิดสาขาที่ภูเก็ตในประเทศไทยด้วย และในปี 2019 ก็ได้รับการจัดอันดับจาก Forbes ให้เป็น “แบรนด์ที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก” อยู่ในอันดับที่ 33 ในปัจจุบัน Hermès ก็อยู่ภายใต้การดูแลของทายาทรุ่นที่ 6 อย่าง Axel Dumas ที่เข้ามารับช่วงต่อตั้งแต่ปี 2014

เครดิตภาพ pinterest

สินค้า Hermès ยอดนิยมรุ่นดังที่ใคร ๆ ก็อยากได้

กระเป๋า Hermès Kelly

เครดิตภาพ pinterest

ถือได้ว่าเป็นกระเป๋ารุ่นคลาสสิกตลอดกาลของ Hermès กันเลยทีเดียว ซึ่งชื่อเดิมของรุ่นนี้ก็คือ Sac à dépêches โดยเป็นที่รู้จักและโด่งดังมาจากการที่อดีตนักแสดงชาวอเมริกัน เกรซ เคลลี่ (Grace Kelly) คู่หมั้นเจ้าชายแรนีแยร์ (Prince Rainier) ที่ได้นำเอากระเป๋ารุ่นนี้มาบังหน้าท้องในขณะที่กำลังตั้งครรภ์และถูกปาปารัสซี่ถ่ายภาพเอาไว้ได้ และเมื่อภาพถูกเผยแพร่ออกไปก็ทำให้เกิดกระแสตามหา “Kelly Bag” และได้กลายเป็นชื่อรุ่นของ Hermes Kelly ที่รู้จักกันมาจนทุกวันนี้

กระเป๋า Hermès Birkin

เครดิตภาพ pinterest

            เป็นรุ่นที่ได้มีการดีไซน์เพื่อตอบสนองการใช้งานของนักแสดงหญิง เจน เบอร์กิน (Jane Birkin) โดยเฉพาะ เกิดขึ้นเนื่องมาจากการที่ เจน และ Jean-Louis CEO ของ Hermès ในขณะนั้น ได้พบกันโดยบังเอิญบนเครื่องบินซึ่งเจนก็ได้ใช้ตะกร้าใส่ของแทนที่จะใช้กระเป๋าเหมือนสาวๆ คนอื่นตามปกติ โดยเจนก็ได้บ่นให้กับ Jean-Louis ช่วยหากระเป๋าสำหรับการเดินทางที่เหมาะกับเธอยากเหลือเกิน ซึ่งก็เป็นการจุดประกายให้ Jean-Louis ทำการออกแบบรับเหมาให้กับเจนโดยเฉพาะ จนกลายเป็นกระเป๋ารุ่น Hermes Birkin นั่นเอง

 Hermès Oran Sandals

เครดิตภาพ pinterest

รองเท้าแตะระดับ hi-end ที่ทำให้การแต่งตัวสบายๆ ใส่รองเท้าแตะของคุณดูไม่ใช่การแต่งตัวธรรมดาๆ อีกต่อไป  ให้คุณโดดเด่นด้วยรองเท้าแตะที่มีสัญลักษณ์รูปตัว H อยู่ด้านหน้า สามารถแมทช์ได้เข้ากับทุกสไตล์การแต่งตัวและยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของ Hermès ทั้งในเรื่องของวัสดุเกรด A และการผลิตที่พิถีพิถันเหมือนเช่นเคย 

Hermès Clic Clac H Bracelet

เครดิตภาพ pinterest

ใครอยากได้เครื่องประดับสุดชิคแต่ดูรวย ไม่ควรพลาดไอเทมนี้ กำไลข้อมือที่มาพร้อมกับตัว H อันโดดเด่นเหมือนเช่นเคย และยังมีสีสันให้เลือกมากมายเหมาะกับทุกสไตล์การแต่งตัวอีกด้วย 

Hermès Scarft 

เครดิตภาพ pinterest

อีกหนึ่งไอเทมคู่บุญของ Hermès ผ้าพันคอที่ถักทอมาจากไหม 100% มาพร้อมกับลวดลายสุดหรู  สามารถแมทช์ได้กับทุกลุคและช่วยยกระดับการแต่งตัวให้ดูหรูหราขึ้นมาทันที

            ต้องบอกว่า Hermès นั้นเป็นแบรนด์ที่มีสัญลักษณ์ความเป็นสินค้าของชนชั้นสูงมาอย่างยาวนาน มีมาตรฐานรวมไปถึงกระบวนการผลิตที่เข้มงวดและพิถีพิถัน เลือกใช้วัสดุชั้นดีที่สุด พร้อมด้วยบริการหลังการขายที่เยี่ยมยอด รวมไปถึงจุดเด่นในเรื่องของแค่มีเงินอย่างเดียวไม่สามารถซื้อได้เพราะจะต้องมีความอดทนในการรอสำหรับการผลิต และจะต้องเป็นลูกค้าประจำหรือมีความเหมาะสมคู่ควรสำหรับการเป็นเจ้าของ จึงยิ่งทำให้ Hermès กลายเป็นสินค้าที่แสดงถึงความพิเศษของผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี และยังสามารถเก็บเอาไว้เก็งกำไรได้อีกด้วย

Tags: No tags

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *